ไฮโดรเจน (Hydrogen – H₂) จะเป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้ จึงจำเป็นต้องมีระบบความปลอดภัยในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การผลิต การเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งาน
ไฮโดรเจนเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกคือ “ระบบตรวจจับก๊าซรั่ว” ที่มีความไวสูง
ในโรงไฟฟ้า ยานยนต์ และสถานีเติมไฮโดรเจน จะติดตั้งเซนเซอร์ชนิดพิเศษ เช่น
เซนเซอร์เหล่านี้สามารถตรวจจับไฮโดรเจนได้แม้เพียง 10 ส่วนในล้านส่วน (10 ppm)
และเมื่อพบการรั่ว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและสั่งปิดวาล์วก๊าซอัตโนมัติทันที
เนื่องจากไฮโดรเจนมีความเบามากและลอยตัวขึ้นสูง
พื้นที่ที่ใช้ไฮโดรเจน เช่น โรงงาน ห้องทดลอง หรือสถานีเติมเชื้อเพลิง
จะต้องออกแบบระบบระบายอากาศ (Ventilation System) ให้เหมาะสม
ระบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของไฮโดรเจนในพื้นที่ปิด
ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการระเบิดในระบบเชื้อเพลิงทั่วไป
ระบบตัดจ่ายอัตโนมัติทำหน้าที่ “ตัดการเชื่อมต่อของก๊าซ” ทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น
แรงดันตก อุณหภูมิสูงเกิน หรือมีการรั่วในระบบ โดยอุปกรณ์หลักประกอบด้วย
ระบบเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller)
และเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมหลักแบบเรียลไทม์ (Hydrogen Safety Control Center)
ถังเก็บไฮโดรเจนแบบแรงดันสูงต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด เช่น
วัสดุของถังมักทำจาก คาร์บอนไฟเบอร์เสริมแรง (Carbon Fiber Composite)
และมี เซนเซอร์วัดแรงดัน (Pressure Sensor) ตรวจสอบตลอดเวลา
มาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกคือ ISO 19881 และ SAE J2579
ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ใน “รถยนต์ไฮโดรเจน” ทั่วโลก
โรงงานผลิตหรือสถานีเติมไฮโดรเจนยุคใหม่
จะมีระบบควบคุมอัตโนมัติที่สามารถตรวจจับ วิเคราะห์ และแจ้งเตือนได้ทันที
ข้อมูลจากเซนเซอร์ทุกจุด (อุณหภูมิ, ความดัน, การรั่ว)
จะถูกส่งเข้าสู่ศูนย์กลาง SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition System)
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผ่านจอควบคุม หรือแม้แต่ผ่านสมาร์ตโฟน
หากพบค่าผิดปกติ ระบบจะสั่ง “ปิดวาล์ว ปล่อยแรงดัน ระบายอากาศ และแจ้งเตือนผู้ควบคุม” ภายในไม่กี่วินาที
เทคโนโลยีนี้ถูกใช้จริงแล้วใน “Hydrogen Refueling Stations” ของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับไฮโดรเจน เช่น โรงไฟฟ้า สถานีเติม หรือคลังเก็บ
จะออกแบบตามหลัก “Hydrogen-Compatible Architecture” ได้แก่
ทุกโครงการด้านไฮโดรเจนทั่วโลก
ให้ความสำคัญกับการ “ฝึกอบรมบุคลากร” อย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้เข้าใจลักษณะเฉพาะของไฮโดรเจน เช่น การระเหยเร็ว การลอยตัวสูง
และการรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างถูกต้อง
ตัวอย่าง: โปรแกรม “Hydrogen Safety Training” ของ U.S. Department of Energy (DOE)
ซึ่งจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกระดับในสถานีเชื้อเพลิง
ต้นแบบเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ใช้ "น้ำ" และ "อากาศ" ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด
©2025 Hydrogen Thai
เราาใช้คุกกี้ในการวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น เมื่อยอมรับการใช้งานคุกกี้ของเรา เราจะรวบรวมข้อมูลของคุณกับข้อมูลผู้ใช้อื่นๆ ทั้งหมด